บทความ

เลือกรองเท้าวิ่งแบบไหน ให้เหมาะกับหน้าฝน

ทำไมฝนต้องตกตอนกำลังจะออกไปวิ่งทุกทีซิน่าาา! เซ็งกันใช่มั้ย? ที่ฟ้าฝนเค้าไม่ค่อยจะเป็นใจให้กับการวิ่งของเราซักเท่าไหร่ โดยเฉพาะการไปวิ่งกลาง แจ้งหรือที่สวนสาธารณะ เพราะพอหลังจากฝนตก ถนนก็ทั้งเปียกแถมบางจุดก็มีน้ำขังอีก แต่สายวิ่งสุด สตรองงง! คงจะยอมให้ฝนมาเป็นอุปสรรคไปตลอดคงไม่ได้ งั้นเรามาลองเลือกหารองเท้าที่เหมาะจะใส่ วิ่งกันในช่วงหน้าฝนกันดีกว่า —— แล้วจะเลือกรองเท้าที่มีคุณสมบัติที่เหมาะกับการใส่วิ่งหน้าฝนยังไงดีน้าาา? 1. พื้นรองเท้ายึดเกาะได้ดี ไม่ลื่น : หัวใจสำคัญก็น่าจะเป็นเรื่องพื้นรองเท้าที่เหมาะกับการวิ่งในที่เปียก หรือมีน้ำขัง ดังนั้นควรเลือกรองเท้าที่มีดอกยางมากกว่าปกติ เพราะจะช่วยยึดเกาะถนนบนพื้นเปียกได้ดี ลดการลื่นไถลอันเป็นสาเหตุของการลื่นล้มหรือบาดเจ็บ ยกตัวอย่างรุ่น Newton Men’s Gravity 8 และ Newton Women’s Gravity 8 เพราะมี Ice rubber lugs ดอกยางที่เพิ่มการยึดเกาะ เวลาวิ่งบนพื้น ถนนที่เปียก ในส่วนพื้นใต้รองเท้า (Outersole) 2. ระบายอากาศได้ดี แห้งเร็ว : ความยาวในการก้าวนั้นแสดงถึงความแข็งแรงของ และ ความยื่นหยุ่นของกล้ามเนื้อ 3. กระชับรับพอดีกับรูปเท้า : ส่งผลให้วิ่งแล้วทรงตัวได้ดีและปลอดภัยต่อข้อเท้า เราแนะนำให้ทดลอง ใส่แล้ววิ่งเบาๆ ดูเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าสวมใส่แล้วสบายเท้า ช่วงส้นเท้าไม่กว้างหรือหลวมเกินไป จนทำให้รองเท้าหลุดออกจากเท้าได้ง่ายขณะวิ่ง —— ไม่ว่าจะวิ่งฤดูไหนเราก็ให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ที่เพื่อนๆ ใช้สวมใส่ในการวิ่ง ถ้าเพื่อนๆ สงสัยหรืออ ยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก bananarun ได้ตามช่องทางนี้เลยจร้า 1) หน้าร้าน: http://bit.ly/สาขาbananarun 2) แชทคุยกัน: - website / facebook / shopee - Line ID: @bananarun หรือ http://bit.ly/BananarunLineQR 3) โทร : 090-930 0033, 095-467 0880 ----- รองเท้าวิ่งถนน ชาย-หญิง - Website http://bit.ly/รองเท้าวิ่งถนน (ชาย) - Website http://bit.ly/รองเท้าวิ่งถนน (หญิง) ----- 🍌 🍌 🍌 🍌 🍌 เพราะเราไม่ใช่แค่ร้านขายอุปกรณ์วิ่ง เราเติมเต็มความรู้ ให้การวิ่งสนุกขึ้น 🍌...

Read more...

ปรับคุณภาพการวิ่งง่ายๆด้วย Running Power

ถ้าอยากให้การวิ่งงของเพื่อนๆ ดีขึ้น ลองเข้ามาฟังทางนี้เลยจ้า เพราะรู้ใจนักวิ่ง “Garmin Labs” จึงได้พัฒนาความสามารถของนาฬิกาจนวัดค่า Running Power ได้ โดยเชื่อมข้อมูลผ่าน RD Pod หรือ สายคาด-อกรุ่น HRM Run หรือ HRM Tri เพื่อมาช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพในการวิ่งให้มากยิ่งขึ้น โดยค่า Running Power จะขึ้นอัตโนมัติตอนวิ่ง เหมือนมีเลขาส่วนตัวที่คอยจัดเก็บข้อมูลการวิ่งของเพื่อนๆ ให้ทันที!! —— มาลองดูกันว่า Running Power เค้าเก็บข้อมูลอะไรกันบ้าง?    1. Cadence: จำนวนก้าว (นับรวมซ้าย+ขวา) ต่อนาที : จำนวนก้าวที่เหมาะสม จะช่วยทำให้เราวิ่ง เหนื่อยน้อยลง วิ่งได้เร็วขึ้น และที่สำคัญยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการบาดเจ็บได้อีกด้วย    2. Stride Length: ความยาวของการก้าวขา (เมตร) : ความยาวในการก้าวนั้นแสดงถึงความแข็งแรงของ และความยื่นหยุ่นของกล้ามเนื้อ    3. Vertical Oscillation: ค่าการกระเด้งตัวขณะวิ่ง (เซนติเมตร) : ซึ่ง “ค่ายิ่งน้อยยิ่งดี”เพราะการที่เรากระเด้งตัวขึ้น-ลง มากเกินไปในแต่ละก้าวของการวิ่ง ทำให้เสียพลังงานไปโดยไม่จำเป็น และยังอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บจากแรงกระแทกอีกด้วย    4. Ground Contact Time: ระยะเวลาที่เท้าเหยียบพื้นในขณะวิ่ง (มิลลิวินาที) : ระยะเวลาที่เท้าแต่ละข้างแตะพื้น และยกขึ้นเป็นสั้นๆ จึงมีการคำนวณเป็นหน่วยที่ละเอียดขนาดมิลลิวินาที เพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำ สำหรับนักที่วิ่งทั่วไปควรมี Ground Contact Time ที่ต่ำกว่า 300 มิลลิวินาที จะทำให้ประหยัดแรง และช่วยลดความเสี่ยงที่จะบาดเจ็บด้วย    5. Ground Contact Time Balance: สมดุลของเท้าซ้ายและขวาที่เหยียบพื้นขณะกำลังวิ่ง (เปอร์เซ็นต์) : โดยปกติเราควรออกแรงจากเท้า 2 ข้างด้วยระยะเวลาและน้ำหนักที่เท่ากัน (ประมาณ 50% – 50%) หรือเบี่ยงเบนเพียงเล็กน้อย เพื่อเป็นการใช้กล้ามเนื้อทั้ง 2ข้างเท่าๆ กัน —— ทำไมเราถึงมั่นใจกับค่า Running Power ที่วัดได้? Running Power เป็นค่าพลังของการวิ่ง มาจากการวัดค่า “แรงที่เราใส่เข้าไป x กับความเร็วที่ได้” ซึ่งค่า Running Power จะตอบสนองรวดเร็วขึ้นเมื่อมีการเร่งหรือลดความเร็วโดยเฉพาะเมื่อวิ่งขึ้นทางชัน หรือวิ่งลงเนิน ทำให้ค่าของ Running Power...

Read more...

ใครที่ชอบแบตเตอรี่อึดๆ ไม่ต้องชาร์ตบ่อยๆ และอยู่กันจนจบการวิ่งระยะไกล บอกเลยว่า Suunto 9 Titanium นับว่าเด็ด

แบตทนและฉลาดขนาดไหน มาดูกัน    1. การใช้งานต่อเนื่อง: 25h/50/120h    2. Intelligent Battery Modes: เลือกโหมดแบตเตอรี่ได้ทั้งก่อนวิ่ง และระหว่างวิ่ง และมี smart reminders ที่จะเตือนให้ชาร์จแบตเตอรี่ก่อนวิ่ง    3. FusedTrack สำหรับการติดตามระยะที่ดีและแม่นยำขึ้น ในโหมด Ultra Long Runs ที่แบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องได้ถึง 120 ชั่วโมง --- ขยายความ Intelligent Battery Modes กันหน่อย แบตเตอรี่โหมดเป็นแบบตัวเลือกที่ถูกตั้งค่าเป็นแต่ละโหมดให้ง่ายต่อการใช้งาน เพื่อการติดตามที่ดีที่สุดสำหรับระยะเวลาที่คุณวางแผนไว้    - มีทั้งหมด 4 โหมด เลือกได้ตามความต้องการของการใช้งาน      (ในโหมด Custom Battery Mode ผู้ใช้สามารถปรับแต่งแต่ละการตั้งค่าได้อย่างอิสระ      และสร้างโหมดแบตเตอรี่เองได้)    - ปรับโหมดได้ทั้งก่อน และระหว่างออกกำลังกาย    - สามารถเปลี่ยนโหมดของแบตเตอรี่ระหว่างออกกาลังกาย ทำให้สามารถติดตามข้อมูลของคุณได้จนถึงเส้นชัย    - FusedTrack เทคโนโลยีที่ช่วยติดตามการวิ่งระยะยาวได้ดียิ่งขึ้น    - ระยะเวลาของแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่จะคำนวณจากระดับแบตเตอรี่ในปัจจุบันและโหมดแบตเตอรี่ที่เลือก    - งานให้นานขึ้นทันที ----- นาฬิกา Suunto Titanium   - Website http://bit.ly/SuuntoBaroTitanium   - Shopee http://bit.ly/spSuuntoBaroTitanium ----- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก bananarun ได้ตามช่องทางนี้เลยจย้า 1) พบกันที่หน้าร้าน: http://bit.ly/สาขาbananarun 2) แชทคุยกัน:     - website / facebook / shopee...

Read more...

จุดเด่นของ “Garmin Instinct ” นาฬิกา GPS MultiSport ที่ได้รับความนิยมมากๆ ในตอนนี้

ในเวลานี้ถ้าไม่พูดถึง Garmin Instinct คงไม่ได้ เพราะเป็นนาฬิกา GPS Multi - Sport ที่ได้รับความนิยมมากๆ มาพร้อมเซ็นเซอร์ Altimeter, Barometer และ Digital Compass สำหรับการติดตามเส้นทางและการสำรวจ ดีไซน์สวยงาม ทนทานและได้รับมาตรฐานจาก U.S. Military Standard MIL – STD - 810G ทนทุกสภาพอากาศ แรงสั่นสะเทือน และกันน้ำลึกเทียบเท่าระดับ 100 เมตร !!! สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจ และรองรับฟังก์ชั่นกีฬาหลากหลายประเภทที่มีติดตั้งในตัวเครื่อง -----จุดเด่นของ "Garmin Instinct ?" - BUILT TO ENDURE : มาตรฐานจาก U.S. Military Standard MIL-STD- 810G ในการกันความร้อน แรงสั่นสะเทือน และกันน้ำลึก 100 เมตร - MULTI – GNSS SUPPORT : รองรับทั้ง GPS GLONASS และ Galileo ทำให้รับสัญญาณดาวเทียมในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยได้ดีกว่า GPS ปกติ และมาพร้อม เซ็นเซอร์ ABC – Altimeter, Barometer กับ Compass - MONITOR AND TRAIN : สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจ และมาพร้อมฟังก์ชั่นกีฬาที่มาในเครื่อง เช่น...

Read more...

เตรียมวิ่งระยะไกล พลังงานแค่ไหนถึงจะพอ

อยากจะวิ่งให้ได้ไกลๆ ก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจกันก่อนว่าในแต่ระยะทางเค้าใช้พลังงานกันเท่าไหร่ เรื่องอาหารการกินสำคัญพอๆ กับการทำตามแผนการฝึกซ้อม นักวิ่งบางคนอาจจะละเลยไป เพราะมัวใส่ใจกับการฝึกซ้อม ซึ่งจริงๆแล้วในการวิ่งระยะไกล ร่างกายเผาผลาญพลังงานไปอย่างมาก มาลองดูกันว่าในแต่ช่วงของระยะทางการวิ่งใช้พลังงานกันไปเท่าไหร่ และส่งผลกับร่างกายยังไงบ้าง----------“5 ช่วงระยะทาง กับการเผาผลาญแคลอรี่”  1) ระยะทาง 1-12 กิโลเมตร ใช้พลังงานประมาณ 63-900 แคลอรี่ ร่างกายอุ่นขึ้นและเสียเหงื่อ ช่วงวิ่ง 30 นาทีแรกจะได้รับสารเอนโดรฟิน ทำให้รู้สึกดี หลังจากนั้นร่างกายเริ่มมีการคายน้ำ (Dehydration) ควรชดเชยปริมาณน้ำที่ร่างกายสูญเสียไป เพื่อคลายการเต้นของหัวใจลง---2) ระยะทาง 12-27 กิโลเมตร ใช้พลังงานประมาณ 900-2,000 แคลอรี่ พลังงานที่พร่องลงเพราะวิ่งมาถึงครึ่งทาง กล้ามเนื้อที่ใช้มาต่อเนื่อง มีบางจังหวะการวิ่งที่เร่ง การหายใจถี่ๆ รัวๆ ทำให้ร่างกายเกิดการสะสมของกรดแลคเตท (Lactate) ที่ส่งผลให้เกิดอาการล้า (Fatigue) ตามกล้ามเนื้อและส่วนต่างๆ ของร่างกาย ไกลโคเจน (Glycogen) ที่เป็นแหล่งพลังงานเริ่มขาดสต็อก ควรเติมพลังด้วยเจลให้พลังงาน หรืออื่นๆ อย่างสม่ำเสมออย่ารอให้ขาด ---3) ระยะทาง 27-33 กิโลเมตร ใช้พลังงานประมาณ 2,000-2,080 แคลอรี่ ร่างกายเสียพลังงานเทียบเท่ากับพลังงานที่ใช้ดำเนินชีวิต 1 วัน สูญเสียน้ำไปกับเหงื่อไม่น้อยกว่า 4 ลิตร ควรดื่มน้ำหรือเติมพลังงานชดเชยให้เพียงพอ---4) ระยะทาง 33-40 กิโลเมตร ใช้พลังงานประมาณ 2,080 แคลอรี่ ขึ้นไปแร่ธาตุจำพวกโซเดียม โพแทสเซียมที่เสียไปกับเหงื่อส่งผลให้เกิด “ตะคริว” ในณะวิ่ง และในบางคนมีอาการของ ‘คนหมดแรง’ ในวงการวิ่งเรียกกันว่า “ชนกำแพง” เกิดจากภาวะที่ร่างกายสลายไกลโคเจน (Glycogen Depletion) จนแทบเกลี้ยงตัว ควรดื่มน้ำและเกลือแร่ เพื่อที่จะให้ร่างกายระบายความร้อนให้ดีอยู่เสมอ และชดเชยแร่ธาตุที่สูญเสียไปจากการเสียเหงื่อ---5)...

Read more...

แบตเตอร์รี่ของร่างกาย วัดได้ด้วย Garmin FR245

บางวัน เราเคยรู้สึกอ่อนเพลียระโหยโรยแรงในขณะที่บางวัน เราก็กระปรี้กระเปร่า มั้ย พลังงานที่มีอยู่ในร่างกายเป็นตัวบอกว่าเรามีแรงแค่ไหน Garmin เปรียยเทียบร่างกายเราเหมือนแบตเตอรี่ชาร์จไฟเมื่อได้พัก ค่อยๆหมดเมื่อใช้ไป Garmin ได้ใช้ Firstbeat Analytics คำนวนจาก 4 ค่า: Heart rate Variability (HRV) , ความเครียด, คุณภาพการนอน และ กิจกรรมที่เราทำ  ค่าสูงคือแบตเตอรี่เต็ม เราก็จะแรงเหลือเฟือ ค่าต่ำ คือจะเพลีย อยากหาโซฟามาแอบฟุบนอน อย่างแอดมินเอง ช่วงนี้ไม่สบาย ตื่นมาได้แบตฯแค่ 27 คือมีอาการเปลี้ยมากจริงๆ .... ฟังก์ชั่นนี้มีในรุ่นไหน ?? มี2รุ่น Garmin FR245 ใหม่ และ Vivosmart 4 #ลองเล่น245ตัวจริงๆจนพอใจได้ที่ร้านBananaRun : เรื่องอุปกรณ์วิ่ง เป็นเรื่องกล้วยๆ ทั้ง 9 สาขา หรือมาจิบกาแฟลองนาฬิกาที่ร้าน AfterRun Cafe คาเฟ่นักวิ่ง วิ่งแล้วกินอะไรก็ได้ หลังสวนลุม ข้างๆร้านกล้วยก็ได้นะ ดูรายละเอียดอื่นข้างท้ายครับ ...... วางจำหน่ายแล้ว วันนี้ !!ที่ร้าน BananaRun ทุกสาขาGarmin Forerunner 245/245 Musicนาฬิกาออกกำลังกายมัลติสปอร์ต GPS รูปทรงสวยงาม น้ำหนักเบา🏃‍ เหมาะกับนักวิ่งมือใหม่ไปจนถึงนักวิ่งระดับซีเรียสรันเนอร์ เพราะรองรับสารพัดกีฬา!! ไม่ว่าจะวิ่งถนน ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือจะใส่ออกกำลังกายทั่วๆ ไปก็ใช้ได้เช่นกันมี 2 รุ่นForerunner 245 - Slate (สีดำเทา)- Amp Yellow (สีเหลือง)ราคา 11,990.-สั่งซื้อ Website ➔ http://bit.ly/PreOrder245Mสั่งซื้อ Shopee ➔ http://bit.ly/2vuSVgWForerunner 245 #Music- Black (สีดำ)- Aqua (สีฟ้าอ่อน)- Lava...

Read more...

ฟีเจอร์เด็ดๆของ FR645

ถ้าอยากพัฒนาการวิ่งอย่างจริงจังแล้วล่ะก็ … หาผู้ช่วยดีๆซักคนดีมั้ย ไปดูกันว่า ForeRunner 645 จะเป็นผู้ช่วยสุดเจ๋งให้กับคุณได้มากแค่ไหนถูกใจฟีเจอร์ไหนเป็นพิเศษ คอมเมนต์บอกกันด้วยน้าาาา ----------ฟีเจอร์ที่เด็ดๆของ ForeRunner 645 1. Barometric altimeter การวัดระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลด้วยวิธี Barometer เป็นวิธีที่ได้ความแม่นยำใกล้เคียงกับเครื่องวัดแบบปรอท เนื่องจากเป็นการวัดความดันของบรรยากาศตามระดับความสูงที่เพิ่มขึ้น ซึ่งแม่นยำกว่าการวัดระดับความสูงด้วยอุณหภูมิของอากาศที่ลดลง---2. Garmin Running PowerRunning Power คือ กำลังการวิ่ง ข้อมูลนี้จะช่วยให้เรารู้ว่าเราใช้กำลังในการวิ่งมากหรือน้อย (เช่น ถ้าวิ่งขึ้นเนินจะใช้กำลังมากกว่าวิ่งลงเนิน) ทำให้รู้ว่าเราควรจะเซฟพลังงานของเราอย่างไรสำหรับการวิ่งมาราธอนหรือการวิ่งระยะไกล นอกจากข้อมูลนี้จะทำให้เราปรับจูนการฝึกได้แล้ว ยังช่วยปรับสมรรถนะของเราในวันแข่งได้ด้วย การใช้งานโหมดนี้สามารถทำได้โดยการโหลดแอป Running Power จาก Connect IQ และเชื่อมกับ HRM RUN---3. Gyroscopeเป็นฟังก์ชันที่ใช้วัดความเอียงและการหมุน ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของฟีเจอร์ต่อไปนี้ได้- การว่ายน้ำ- การเล่นกีฬาในยิม (เช่น นับจำนวนครั้งในการยกเวท)- คำนวนตำแหน่งและระยะทางได้ เมื่อ GPS ปิดอยู่ (เช่น การใช้โหมด UltraTrac)---4. Track 19 sportsที่เด็ด คือ “HRV stress” ที่ช่วยวัดระดับความตึงเครียดด้วย การออกกำลังกายอย่างหนักต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ ดังนั้นการทดสอบระดับความตึงเครียดก่อนออกกำลังกายจะทำให้เรารู้ว่าร่างกายของเราสามารถออกกำลังกายอย่างหนักได้หรือไม่ ถ้าหากค่าความตึงเครียดอยู่ในช่วง 0-100 แสดงว่าร่างกายมีความตึงเครียดน้อย แปลว่า เราสามารถออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงได้อย่างสบายใจนั่นเอง ----------ความคูลของ ForeRunner 6451. Strava live segmentฟีเจอร์นี้ จะช่วยให้เราเพิ่มขึดจำกัดได้มากขึ้น เพราะเราสามารถแข่งขันกับเพื่อนด้วยการเปรียบเทียบกันแบบวินาทีต่อวินาทีเลยทีเดียว---2. Group trackเราสามารถสร้างกลุ่มใน Garmin Connect เพื่อสามารถติดตามเพื่อในกลุ่มผ่านทาง LiveTrack ตอนที่วิ่งกลางแจ้งโดยใช้ GPS...

Read more...

ฝึกรอบขาได้ด้วยฟังก์ชั่น Metronome

ฟังก์ชั่นใหม่ Metronome ใน “FR245”ถือว่าเป็นตัวแรกในตระกูล FR2XX ที่มีฟังก์ชั่นนี้เพื่อช่วยในการฝึกรอบขา (Cadence) ได้ !!!!! “Metronome” เป็นฟังก์ชั่นนึงในนาฬิกา ที่ช่วยให้จังหวะเราโดยให้จังหวะในรูปแบบการสั่นและเสียง โดยที่จะสามารถตั้งค่าได้ ตั้งแต่ 120-240 BMP และสามารถปรับว่าให้เตือนทุกๆกี่จังหวะ โดยปกตินักวิ่งหน้าใหม่ที่มักมีรอบขาธรรมชาติต่ำ นั่นคือ 150-170 ก้าว/นาทีและนักวิ่งมืออาชีพส่วนใหญ่จะวิ่งอยู่ที่รอบขาประมาณ 180 ก้าว/นาที มีผลการวิจัยจากหลายสำนักว่าถ้ารอบขาต่ำแล้ววิ่งเร็วจะเกิด Overstride ไม่ว่าจะลงเท้าแบบไหน ก็จะก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บต่างๆได้ เพื่อนๆลองไปเล่น ฟังก์ชั่น “Metronome”แล้วมาเล่าสู่กันฟังด้วยนะ  "วิธีการเปิด Metronome ในนาฬิกา Garmin"- กดปุ่ม up ค้างไว้ เพื่อเข้าสู่เมนู- เข้าไปที่ App เลือกวิ่ง- เลือก วิ่งตั้งค่า หรือ Run Setting- Metronome Edit สถานะ เปิด- ปรับค่า จังหวะ/นาที,ความถี่ในการแจ้งเตือน ตามเราต้องการ- จากนั้นก็เข้าสู่กิจกรรมวิ่ง ฝึกรอบขาได้เลย ---------------------------------Forerunner 245 - Slate (สีดำเทา)- Amp Yellow (สีเหลือง)ราคา 11,990.-สั่งซื้อ Website ➔ http://bit.ly/PreOrder245Mสั่งซื้อ Shopee ➔ http://bit.ly/2vuSVgW Forerunner 245 #Music- Black (สีดำ)- Aqua (สีฟ้าอ่อน)- Lava Red (สีแดง)ราคา 13,990.-สั่งซื้อ Website ➔ http://bit.ly/PreOrder245Mสั่งซื้อ Shopee ➔ http://bit.ly/Shopee245M 🎉 โปรโมชั่นผ่อน 0% (ตั้งแต่ 3-10 เดือน) - หน้าร้าน ➔ http://bit.ly/สาขาbananarun ✔เครื่องศูนย์ไทย รับประกัน 1...

Read more...

ถุงเท้าแบบไหน ? ที่ใช่สำหรับคุณ

คุณเป็นมั้ย ที่เวลาวิ่งแล้วเกิดอาการเท้าพอง หรือวิ่งแล้วเกิดการลื่นไถลภายในรองเท้า ?เราจะบอกว่า สิ่งเหล่านี้สามารถแก้ไขได้หากใช้ถุงเท้าที่เหมาะสม-----แล้วถุงเท้าที่ดีคือแบบไหน? หลัก ๆ คือ ต้องมีความกระชับ นุ่ม สบาย ใส่แล้วไม่ลื่นไปมาในรองเท้า ระบายความชื้นได้ดี คงทน ไม่ขาดง่าย ไม่มีรอยตะเข็บมาเสียดสีในทุกส่วนของเท้า และไม่ย้วยได้ง่ายเมื่อซักบ่อยๆ——-ส่วนหลักในการเลือกนั้น ขึ้นอยู่กับรูปเท้า และความชอบของแต่ละคนด้วย ซึ่งรองเท้าแต่ละยี่ห้อหรือแต่ละรุ่น ก็ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาได้แตกต่างกัน เรามาดูกันดีกว่า ว่าถุงเท้าสำหรับวิ่ง มีแบบไหนให้เลือกบ้าง-----“แบ่งตามรูปทรง” มีความยาวทั้งหมด 5 แบบ 1) No show แบบที่สั้นสุด ขอบบนจะอยู่ต่ำกว่าข้อเท้า ซึ่งหลายๆ Brand ได้เพิ่มตัวรับการเสียดสีที่ข้อเท้าด้านหลัง เรียกว่า No Show Tab เพื่อให้ใส่สบายมากขึ้น ยกตัวอย่าง #InjinjiRun Midweight No-Show โครงสร้าง Run Original Weight Fiber ปกป้องนิ้วเท้าและฝ่าเท้าจากแผลพุพองและความชื้นที่สะสมอยู่ เท้าจะยังคงเย็นสบายในระหว่างวิ่ง ด้วยผ้าตาข่ายเพื่อการระบายอากาศที่ดีที่สุดและการรองรับส่วนโค้งเพื่อความกระชับและความมั่นคงในการวิ่ง-----2) Low cut หรือ Micro แบบพอดีข้อเท้า ป้องกันข้อเท้าของคุณได้พอดี มองเห็นถุงเท้าเล็กน้อยเวลาใส่รองเท้า ยกตัวอย่าง #ARChMAXSport Socks Low Cut #DryMax ที่เบาและระบายอากาศได้ดี ด้วยเทคโนโลยี ARChFIT จะช่วยยกส่วนโค้งของเท้าโดยการเอียงเข้าด้านใน ช่วยลดการกระแทกได้ ช่วยลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บเท้าและข้อต่อ และลดความเมื่อยล้า-----3) Quarter หรือ Mini Crew แบบคลุมเหนือข้อเท้า ซึ่งปกป้องทั้งข้อเท้าของคุณ ยกตัวอย่าง ARCh MAX Run Socks มีจุดเด่นในด้านระบายอากาศ ออกแบบมาเพื่อป้องกันการบาดเจ็บในขณะฝึกซ้อมเทรล เทคโนโลยี ARChFIT ช่วยลดการกระแทกรับบนเท้า...

Read more...

ดื่มเกลือแร่อย่างไร? ให้ได้ประโยชน์

ไม่ว่าจะวิ่ง Fun run, Mini, Half หรือ Full marathon การรักษาสมดุลร่างกายไม่ให้ขาดน้ำ (Stay Hydrated) เป็นสิ่งที่จำเป็น หลายคนคิดว่าหลังจากวิ่ง การดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ไม่จำเป็น และคิดว่าดื่มน้ำเปล่าอย่างเดียวเพียงพอ แต่อย่าได้ชะล่าใจเชียว! เพราะเคยมีเหตุการณ์ที่นักวิ่งมาราธอนหลายรายเกิดภาวะโซเดียมในเลือดต่ำอย่างรุนแรง "เกิดภาวะสมองบวม หมดสติ โคม่าและเสียชีวิตกันมาแล้ว" ถึงขนาดหมดสติ โคม่าและเสียชีวิตเลยเหรอ!!! แล้วภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ (Hyponatremia) เกิดขึ้นได้ยังไง? -----ก่อนที่จะหาสาเหตุ ลองมาดูส่วนประกอบของเหงื่อที่เสียไปกับการวิ่งก่อน ว่ามีอะไรบ้าง?เหงื่อประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่และมีเกลือแร่บ้าง เกลือแร่ที่มากที่สุดคือโซเดียม และยังพบว่าเหงื่อที่ออกจากการวิ่งออกกำลังกายจะมีความเข้มข้นเกลือโซเดียมสูงมากขึ้นอีกประมาณ 46% เหงื่อของนักวิ่งมีปริมาณเฉลี่ย 1 ลิตร/ชั่วโมงและมีส่วนประกอบของเกลือโซเดียม 1-5 กรัม/เหงื่อหนึ่งลิตร จากข้อมูลเบื้องต้น จึงคำนวณคร่าวๆ ได้ว่า นักวิ่งสูญเสียเกลือโซเดียมราวๆ 2-10 กรัม/การวิ่ง 2 ชั่วโมง และนักวิ่งที่วิ่งเกิน 5 ชั่วโมง อาจจะสูญเสียเกลือโซเดียมมากกว่า 5-30 กรัมเลยทีเดียว-----อาการของภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ (Hyponatremia) เป็นยังไง? ความรุนแรงของอาการ ขึ้นอยู่กับปริมาณและอัตราการลดลงของระดับโซเดียมในเลือด หากโซเดียมค่อยๆ ลดลง อาจยังไม่แสดงอาการที่ชัดเจน แต่เมื่อเริ่มมีการแสดงอาการก็จะมีลำดับความรุนแรงของอาการที่ต่างกันไป ตั้งแต่ปวดหัวคลื่นไส้ อาเจียนสับสนรู้สึกหมดพลัง ร่างกายอ่อนล้ากระสับกระส่าย หงุดหงิดง่ายกล้ามเนื้ออ่อนแรง เกร็งกระตุก หรือเป็นตะคริวชักและหมดสติโคม่า-----มาลองหาสาเหตุของภาวะโซเดียมต่ำกันหน่อยนักวิ่งที่กินน้ำเปล่าเพื่อชดเชยการเสียเหงื่อเพียงอย่างเดียวนักวิ่งที่วิ่งนานกว่า 4 ชั่วโมง นักไตรกีฬาที่ออกกำลังนานกว่า 9-13 ชั่วโมงนักวิ่งที่วิ่งเพซช้า อาจเกิดภาวะโซเดียมในเลือดต่ำบ่อยกว่านักวิ่งเพซเร็ว เพราะมีโอกาสกินน้ำกินได้บ่อยกว่า-----วิธีไหนที่เราจะชดเชยโซเดียมที่หายไป?“กินน้ำให้เพียงพอก่อน แล้วจึงกินเกลือโซเดียมชดเชย" ควรให้ความสำคัญกับการกินน้ำชดเชยให้เพียงพอก่อน ส่วนการกินเกลือโซเดียมชดเชยขอให้รองลงมา จะมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เข่น สภาพอากาศ ความยากง่ายของเส้นทางวิ่ง ระดับสมดุลน้ำในร่างกาย สุขภาพและโรคประจำตัวของนักวิ่งแต่ละคน รวมทั้งระยะเวลาที่ใช้ไปในการวิ่ง นักวิ่งที่กินแต่น้ำเกลือแร่โดยไม่กินน้ำเปล่า...

Read more...