Blog

SUUNTO แปลว่าอะไร ?

Suunto แปลว่าอะไร? เพื่อนรู้ไหมว่า Suunto แบรนด์นี้ มีอายุมากว่าแปดสิบปีแล้ว และเชื่อมั๊ย Suunto เพิ่งทำนาฬิกา GPS ไม่ถึง 10 ปีนี่เอง แต่ก็สามารถขึ้นมาติดอันดับอุปกรณ์ในดวงใจของคนมากมาย . ……… . Suunto อ่านว่า ซูนโต้ ชื่อนี้ไม่ใช่ภาษาญี่ปุ่น แต่เป็นภาษาฟินแลนด์ แปลว่า Direction หรือ ทิศทาง . ย้อนหลังไปสมัยคุณปู่คุณย่า เมื่อแปด-เก้าสิบปีที่แล้ว ในวันที่ระบบ GPS ยังไม่เกิดขึ้นในโลกนี้ สมัยนั้นอุปกรณ์ค้นหาตำแหน่งที่สำคัญที่สุดวงการสำรวจ กระทั่งการทหาร ไม่ใช่นาฬิกา แต่เป็นเข็มทิศ . เมื่อผู้ใช้งานเอาเข็มทิศมาประกอบกับแผนที่ ก็จะรู้ตำแหน่งของตัวเองได้ . แต่เข็มทิศที่ใช้ทั่วไป ที่เข็มวางลอยบนจุดหมุน เวลาใช้งานต้องวางราบกับพื้นเรียบเท่านั้น เพื่อให้เข็มมันหมุนตัวได้อิสระ ไม่อย่างนั้น ถ้าเอียง เข็มมันจะชนหน้าปัดแล้วหยุดหมุน ตอนออกสนามจริงจังแบบมืออาชีพที่ต้องควักมาดูบ่อยๆ มันก็ไม่สะดวกนัก . . แล้วทางออกก็มาถึง ในปี 1932 (86ปีก่อน) นายตัวมัส โวโฮโลเนน (Tuomas Vohlonen) นักประดิษฐ์และนักสำรวจชาวฟินแลนด์ ได้ยื่นขอจดสิทธิบัตรการผลิตเข็มทิศที่เข็มลอยอยู่ในของเหลวที่มีขนาดเล็ก ใส่อยู่บนข้อมือได้ เข็มทิศแบบนี้ไม่จำเป็นต้องวางราบ ก็ชี้ทิศได้ถูกต้อง ตัวมัส โวโฮโลเนน (Tuomas Vohlonen) นักประดิษฐ์และนักสำรวจชาวฟินแลนด์  ผู้ก่อตั้ง Suunto ตั้งแต่ปี 1936 . ในเอกสารสิทธิบัตร ตัวมัสเขียนละเอียดถึงขั้นตอนการผลิต การเอาของเหลวใส่กระเปราะ ไปจนถึงการผนึก . มีการต่อสู้ทางสิทธิบัตรการผลิตเข็มทิศตัวนี้ดุเดือดดราม่าพอสมควร ด้วยความที่เอกสารยื่นจดมีรายละเอียดชัดเจน ในที่สุดใช้เวลาไปถึง 3 ปี ตัวมัสก็ได้สิทธิบัตรนี้ . ตัวมัสจึงได้ก่อตั้ง บ. Suunto Oy ในปี 1936 เพื่อผลิตเข็มทิศใส่ข้อมือ M311 รุ่นแรกออกขาย ( Oy อ่านว่า โออี ภาษาฟินนิชแปลประมาณ บริษัทจำกัด) . Logo แรกของ Suunto จึงเป็นรูปเข็มทิศ [...]

Read more...

ใช้นาฬิกา GPS อย่างไรไม่ให้เสีย sense ของนักวิ่ง?

ถ้าเรามีโอกาสได้วิ่งกับนักวิ่งที่เก่งๆ ขณะที่วิ่งด้วยกัน ลองถามความเร็วเขาดู เขาจะบอกได้โดยไม่ต้องดูนาฬิกาเลยว่า ตอนนี้วิ่งที่ Pace เท่าไหร่ บางคนบอกได้ถึงกับว่า ถ้าวิ่งจังหวะนี้ 200ม.เขาจะต้องก้าวเท้ากี่ก้าว !!! สิ่งที่นักวิ่งแนวหน้าเหล่านี้มี เรียกว่า สัญชาตญาณนักวิ่ง ซึ่งจะเกิดไม่ได้เลย ถ้าเรามัวแต่ดูนาฬิกา GPS ตลอดเวลา ——- ***หัวใจของการซ้อมก็คือ ร่างกายจดจำจังหวะการวิ่งในความเร็วต่างๆได้ เพื่อเลือกใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์*** วันวิ่งยาว ให้ Set Auto Lap ทุกกิโลเมตร 1. หน้าจอ GPS หน้าแรก 3 Fields ให้เซ็ตภาพรวมการวิ่ง – Time ตั้งแต่เริ่ม – Avg Pace คือความเร็วเฉลี่ยทั้งระยะ – Distance คือระยะทางตั้งแต่เริ่มวิ่ง 2 หน้าจอ หน้าสอง 3 Fields เหมือนกัน ให้เซ็ตดูภาพเฉพาะ Lap – Lap Time เวลาใน Lap นี้ – Lap Pace คือความเร็วเฉลียในกิโลนี้ – Lap Distance คือระยะทางในกิโลนี้ จะเห็นว่า เราไม่มีช่องไหนแสดง Pace ปัจจุบันเลย เพราะค่าของมันเพี้ยน มันแกว่งขึ้นลงตามสัญญาณดาวเทียม ขืนวิ่งตามมันเราจะแกว่งไปมา ตอนวิ่ง ให้เปิดหน้า 2 ไว้ตลอดเวลา ดูผลงานเฉพาะกิโลนี้ 1-2 กิโลเมตรแรก ให้ชำเลืองแบบไม่บ่อย ให้ดู Lap Pace ว่าเป็นเท่าไหร่ ปรับความเร็วให้ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางไว้ พยายามสังเกตและจดจำ”จังหวะ” ของการวิ่งความเร็วนี้ ความเหนื่อย การหายใจ ท่าทาง พอหลังจากกม.ที่2-3 ไปแล้ว พยายามวิ่งในจังหวะที่จำไว้ดูนาฬิกาเท่าที่จำเป็น ให้ดีคือดูกม.ละครั้ง ดูตอนมันเริ่มร้องตี๊ดแรก เราจะเห็นว่ากม.นี้เราวิ่งความเร็วแค่ไหน [...]

Read more...

ทำไมความคิดดีๆมักเกิดขึ้นตอนวิ่ง?

เพื่อนๆเคยมั๊ย .. ที่คิดไอเดียดีๆตอนวิ่ง หลายๆครั้งที่เราคิดแก้ปัญหาบางเรื่องไม่ออก, เครียดกับงาน , หรือผิดหวังกับบางอย่างในชีวิต แล้วออกมาวิ่ง วิ่ง วิ่งไปซักพัก ปัญหาที่เคยหนัก กลับเบาบางลง ปัญหาที่แก้ไม่ตก ก็หาทางออกได้….. เอ๊ะ ! ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ? ….. ตัวการหลักของเรื่องนี้ก็คือ สารเอ็นโดรฟิน นั่นเอง เอ็นโดรฟินคือฮอร์โมนที่ร่างกายจะผลิตออกมาเมื่อเรามีความสุขใจ ปิติสุข เหมือนตอนเรานั่งสมาธิ ช่วยคนอื่นแบบไม่หวังผลตอบแทน มีความรัก ฯลฯ เคล็ดลับของการวิ่งให้หลั่งสารเอ็นโดรฟินก็คือ วิ่งที่ความเหนื่อยปานกลาง ไม่วิ่งจนหอบเหนื่อย วิ่งให้ต่อเนื่อง 20-30 นาทีขึ้นไป เราจะรู้สึกถึงวิ่งแล้วสนุก เพลินกับการวิ่ง เหนื่อยกำลังดี มองโลกสวยงามขึ้น จังหวะที่สมองผ่อนคลายนี้เอง ทำให้ความคิดโลดแล่น เกิดไอเดียใหม่ๆ ลดความเศร้าโศกลง —– นี่คือเหตุผลที่คนวิ่งแล้วมีความสุข สนุกกับการวิ่ง นอกจากสุขภาพดี ของแถมก็คือ หน้าที่การงานเจิญรุ่งเรืองอีกด้วย รู้อย่างนี้ ชวนคนรอบตัวออกมาวิ่งกันเยอะๆนะ  

Read more...

นาฬิกาGPSที่เราใช้ กันน้ำได้ลึกแค่ไหน?

ความหมายที่แท้จริงของระดับการกันน้ำ เวลาดูสเปคการกันน้ำของนาฬิกาสำหรับใส่วิ่ง เราจะเห็นศัพท์ประมาณนี้ใช่มั้ยคะ กันน้ำ IPX 7 กันน้ำลึก 30 เมตร / กันน้ำ 3 ATM กันน้ำลึก 50 เมตร / กันน้ำ 5 ATM กันน้ำลึก 100 เมตร / กันน้ำ 10 ATM สิ่งสำคัญที่อยากบอกคือ >> กันน้ำลึก 30 เมตร ไม่ได้แปลว่า เอานาฬิกานี้ไปใส่ดำน้ำลึก 30 เมตรได้นะจ๊ะ << อย่าทำเชียวนะ!! แต่มันแปลว่า “นาฬิกาเรือนนี้ ทนระดับแรงดันได้เท่ากับแรงดันที่เกิดจากน้ำนิ่ง ลึก 30 เมตร” หรือถ้าพูดเป็นภาษาทางการก็คือ ทนระดับแรงดันได้ 3 ATM นั่นเอง ถ้าเมื่อไหร่มันได้รับแรงดันมากกว่า 3 ATM ซีลของมันจะเกิดช่องโหว่ ให้น้ำไหลเข้าไปได้ แล้วมันต่างกันตรงไหนล่ะ ระหว่างการใส่ดำน้ำลึก 30 เมตร กับทนแรงดันได้เท่ากับน้ำนิ่งลึก 30 เมตร?? คำตอบคือ…ต่างกันตรงที่ เวลาเราใส่ดำน้ำหรือว่ายน้ำ เราไม่ได้อยู่นิ่งๆ ไง เราเคลื่อนไหวด้วย เมื่อเราเคลื่อนที่ผ่านมวลน้ำ มองอีกแบบก็คือ น้ำเคลื่อนที่มาโดนเรา มวลน้ำที่เคลื่อนที่ จะมีแรงดันสูงกว่าตอนมันอยู่นิ่งๆ มาก ดังนั้น นาฬิกาของเราจะได้รับแรงดันมากกว่า 3 ATM และพังแน่นอน งั้นถ้าลงไปนั่งนิ่งๆ ไม่กระดุกกระดิกอยู่ใต้น้ำลึก 30 เมตรล่ะ? พังมั้ย? คำตอบคือ มีโอกาสพังตั้งแต่ดำลงไปเมตรเดียวแล้วจ้า เพราะเราต้องเคลื่อนที่พานาฬิกาลงไป มันก็โดนแรงดันน้ำที่เกิดจากการเคลื่อนไหวเล่นงานอยู่ดี ทางเดียวที่ทำได้คือ ใช้ประตูโดเรม่อนวาร์ปไปโผล่ที่ 30 เมตรเลย ^ ^ สรุปก็คือ เวลาดูระดับการกันน้ำ ให้รู้ความหมายที่แท้จริงของมันด้วย อย่าให้ตัวเลขหลอกเรา ซึ่งความหมายที่แท้จริงของการกันน้ำระดับต่างๆ มีดังนี้ —————– กันน้ำ 30 เมตร สิ่งที่ทำได้: ล้างมือ ตากฝน สิ่งที่ทำไม่ได้: [...]

Read more...

คุณค่าของมาราธอน ไม่ใช่แค่ใช้ใจลงสนาม!!

หากเราลงมาราธอน ด้วยหัวใจเพียงอย่างเดียว เราก็จะได้คุณค่า ของความอดทนต่อความเหนื่อยยากนั้น ได้ความอดทนต่อความเจ็บปวด ได้การต่อสู้ของจิตใจต่อความยากลำบาก แค่นั้นคือคุณค่าของมาราธอน ที่เราอยากพิสูจน์มันหรือ? ——- ที่เราเคยเห็น นักวิ่งที่วิ่งจนร่างกายชนกำแพง ไม่ยอมแพ้ คลานเข้าเส้น หรือนักวิ่งที่ร่างกายไม่สมบูรณ์พยายามวิ่งมาราธอนให้จบ ใช้เวลาถึง 24 ชม. แล้วมีคนชื่นชมอย่างล้นหลาม เธอรู้ไม๊ เค้าไม่ได้ชื่นชมแค่สิ่งที่เกิดในสนามหรอกนะ คนเหล่านี้เตรียมตัว ฝึกซ้อม พยายาม ฝึกฝนร่างกายมาแรมเดือน บางคนเป็นแรมปี สิ่งที่เกิดในสนามเป็นเพียง ผลของการเตรียมตัวอย่างเนิ่นนาน เป็นเพียงการลงไปสอบ หลังจากอ่านหนังสือมาหมดแล้วต่างหาก เป็นความที่สุดของที่สุด ของร่างกายมนุษย์คนนึงจะทำได้ คุณค่าของมัน ไม่ใช่แค่หัวใจอดทน แต่รวมถึงวินัยที่เข้มแข็งต่อการฝึกฝนอย่างยาวนาน และหัวใจที่ห้าวหาญต่อกรต่อปีศาจทุกตนที่ปรากฎขึ้นตลอดเส้นทาง ——– เธอรู้ไหม หากเธอฝึกซ้อมมาราธอนเต็มที่ วันที่ลงสนาม เธอจะละเลียดสนุกกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น เธอจะรู้สึกถึงความเต็มที่อย่างสุดหัวใจและร่างกาย เราอยากให้เธอได้รู้สึกถึงมันจริงๆ ——— หากเธอจะเตรียมตัวมาราธอน ควรใช้เวลาเท่าไหร่? ถ้าเธอพิมพ์คำถามนี้ที่อากู๋ ก็จะมีคำตอบออกมาในทำนองเดียวกันหมด นั่นหมายถึง มันเป็นความรู้ที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วทั่วโลก นั่นคือ 16-20 สัปดาห์ !!!!! ก่อนเข้าการซ้อมโปรแกรมมาราธอนเหล่านี้ เธอต้องวิ่ง 21 กม.ได้โดยไม่เกินเวลา Cut off time ของมาราธอน หาร2 เช่นสนาม บางแสน42 เวลาตัดตัวคือ 7 ชม. แสดงว่าก่อนเข้าซ้อมโปรแกรม เธอต้องวิ่ง 21k ไม่เกิน 3:30 ชม. หากวิ่งเกินนี้ กล้วยแนะนำว่ารอสนามหน้าดีกว่า ——– ในโปรแกรมซ้อม 16-20 สัปดาห์ ต้องมีการซ้อมวิ่งยาวสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยค่อยๆเพิ่มระยะวิ่งยาวตั้งแต่ 20 โล ไปเรื่อยๆ จนวิ่งระยะทางไกลสุด 30-32 กิโล จำนวน 1-3 ครั้ง (แล้วแต่โปรแกรม) ——– เธอสามารถหาโปรแกรมซ้อมมาราธอนได้อย่างง่ายๆ แค่ Search ” Marathon Training Plan” เลือกดูอันที่เวลาซ้อมใกล้เคียงเวลาว่างของเรา หรือที่กรุ๊พ Run 4 Many Reasons จะมีตารางมาราธอนให้ซ้อมหลายอัน และยังมีคนช่วยแนะนำได้ด้วย ที่ Link https://goo.gl/3vncxY ขอให้มีความสุขกับมาราธอนนะ ———- —– เพจ เรื่องวิ่งเรื่องกล้วย ทุกเรื่องการวิ่ง เราทำให้เป็นเรื่องกล้วยๆ ร้าน BananaRun : เรื่องอุปกรณ์วิ่ง เป็นเรื่องกล้วยๆ เราไม่ใช่แค่ร้านขายอุปกรณ์วิ่ง เราเติมเต็มความรู้ เพื่อการวิ่งสนุกขึ้น  

Read more...

ใส่นาฬิกา GPS มือไหน วิ่งได้ไวกว่ากัน

#เคล็บลับนักวิ่ง ใส่นาฬิกา GPS มือไหน วิ่งได้ไวกว่ากัน . คำถามนี้ เพื่อนๆอาจจะสงสัย เอ้ยมันจริงหรือ ไสยศาสตร์หรือเปล่า ????? . เพจกล้วยไม่มีไสยศาสตร์อยู่แล้น มาดูกัน . —– . ก่อนอื่นเราต้องรู้ว่า นาฬิกา GPS ทำงานยังไง กล้วยหอมจะเล่าให้ฟังอย่างง่ายๆ . นาฬกา GPS ก็เหมือนเครื่องรับวิทยุ โดยมีดาวเทียมที่โคจรอยู่รอบโลกเป็นสถานีกระจายเสียง ส่งสัญญาณนาฬิกาลงมา . รู้มั๊ยว่า นาฬิกาบนดาวเทียมทุกดวงนี่แม่นยำสุดๆ และเวลาเท่ากันเป๊ะด้วย . แต่พอส่งมาถึงนาฬิกาเรา ที่อยู่ตำแหน่งห่างจากดาวเทียมแต่ละดวงไม่เท่ากัน สัญญาณเวลาที่เดินทางมาถึงก็เลยไม่เท่ากัน (ต่างกันติ๊ดเดียว) . นาฬิกา GPS ของเรา ก็จะคำนวนความต่างของเวลาติ๊ดเดียวตรงนี้ ว่าห่างจากดาวเทียมแต่ละดวงเท่าไหร่ บวกลบคูณหาร เทียบกับดาวเทียม ก็จะรู้ตำแหน่งของเราได้ … โห . ยิ่งมันเจอดาวเทียมได้หลายดวง ก็จะหาตำแหน่งได้แม่นยำขึ้น . ปกติจะรู้ตำแหน่ง ต้องเจออย่างน้อย 3 ดวงขึ้นไปครับ . . ก้อนเมฆ ร่มไม้ ตึกสูง ล้วนมีผลต่อการรับสัญญาณ GPS . นี่คือเหตุผลที่บางครั้งที่เราวิ่งในเมือง ใต้รถไฟฟ้า หรือกระทั่งวันเมฆครื้มฝนพรำ . เราก็จะพบระยะทาง ความเร็ว ผิดเพี้ยนได้ อันนี้เป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องตกใจ . —– . #สังเกตไหมครับ . ในการวิ่งในสวน หรือวิ่งงานวิ่งในประเทศเมืองไทย ส่วนใหญ่เราจะวิ่งวนซ้าย คล้ายๆกับการขับรถยนต์ที่ชิดซ้าย . ถ้าเปรียบให้ร่างกายของเราคือตรงกลาง แขนทั้งสองคือส่วนที่ยื่นออกไปทางซ้ายและขวา . สมมติให้มือทั้งสองของเรา ถือดินสอยาวๆลากพื้นข้างละแท่ง ขีดไปตามทางที่วิ่ง . พอเราวิ่งวนซ้าย เส้นที่ขีดโดยมือซ้ายคือเส้นวงใน เส้นที่ขีดโดยมือขวา ก็จะเป็นเส้นวงนอก . เส้นวงนอกก็จะมีระยะทางที่มากกว่าเส้นวงในหน่อยนึงเสมอ!!!! . . ถ้าสมมติอีกว่า เราใส่นาฬิกา 2 ข้าง ที่ทั้งสองแม่นยำเท่าๆกัน . นาฬิกา GPS มือขวาก็จะต้องได้ระยะทางมากกว่ามือซ้ายนิดนึง . #ทำให้Paceของมือขวา #เร็วกว่ามือซ้ายหน่อยนึง !!!!!!! . . เพื่อนๆลองทดสอบดูได้ เลือกวันที่ฟ้าใสๆ วิ่งวนในสนามลู่ ก็จะเห็นผลชัดเจน . สงสัยงานวิ่งครั้งต่อไป #นักวิ่งไทยใส่นาฬิกามือขวาทุกคน !!!! ^_^ . —– . แชร์ต่อให้เพื่อนนักวิ่ง รู้เรื่องสนุกๆนี้เหมือนกันนะ . —– เพจ เรื่องวิ่งเรื่องกล้วย ทุกเรื่องการวิ่ง เราทำให้เป็นเรื่องกล้วยๆ ร้าน BananaRun : เรื่องอุปกรณ์วิ่ง เป็นเรื่องกล้วยๆ เราไม่ใช่แค่ร้านขายอุปกรณ์วิ่ง เราเติมเต็มความรู้ เพื่อการวิ่งสนุกขึ้น

Read more...

รีวิว vivoactive 3

>> สั่งซื้อ Garmin Vivoactive 3 << >> สั่งซื้อ Garmin Vivoactive 3 Music<< หรือ ⇓ สั่งจองทางLine⇓   ✻✻✻   credit : WAREABLE Garmin Vivoactive 3 นาฬิกาสำหรับออกกำลังกายที่คุ้มค่าที่สุด ! ทำไมถึงคุ้มค่า ก็เพราะมันอัดแน่นด้วย function และกีฬามากมาย ในราคาระดับปานกลาง ตามชื่อของมัน active  เหมาะสำหรับคนที่มีกิจกรรมออกกำลังกายที่หลากหลาย (ไม่ต้องเล่นทุกอย่างก็ซื้อไปใช้ได้นะ) ก่อนหน้านี้ที่รุ่น vivoactive HR ออกมาวางขาย ก็เป็นที่นิยมสำหรับคนที่รักการออกกำลังกาย ด้วยฟังก์ชั่นที่รองรับกิจกรรมที่มากมายนี้แหละ ที่ทำให้รู้สึกว่ามันคุ้มค่า ติดปัญหานิดนึงตรงที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ทำให้ผุ็ใช้ที่ข้อมือเล็กๆ ใส่แล้วไม่สวยเท่าไหร่นัก มาคราวนี้garmin ออกแบบรุ่นvivoactive ใหม่ให้เป็นทรงกลม ดูเป็นนาฬิกา ดูเรียบง่ายมากขึ้น อัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นเหมือนเดิม เพิ่มเติมด้วยฟีจเจอร์ใหม่ๆอีกเพียบ ✻✻✻ มีอะไรใหม่บ้าง? เริ่มจากvivoactive3 มี3 แบบให้เลือกคือ 1.สีดำ หน้าปัดสีเงิน ราคา 10,500 บาท 2.สีขาว หน้าปัดสีเงิน ราคา 10,500 บาท 2.สีดำ หน้าสีเทาเข้ม ราคา 11,500 บาท โดยรุ่นนี้จะพิเศษกว่าตรงที่ขอบนาฬิกา จะเพิ่มcoating เพื่อป้องกันการเกิดรอย ดีไซน์หน้าปัดใหม่เป็นแบบกลม กรอบเป็นstainless เคสเป็นโพลีเมอร์ และกระจกเป็นแบบ Gorilla Glass ✻✻✻ หน้าจอแบบทัชสกรีน ที่มีการปรับปรุง ตอบสนองดีกว่ารุ่นเดิมมากๆ ด้านข้างมีแถบ side swipe ใช้เลื่อนหน้าจอ เพียงใช้นิ้วปัดที่ด้านข้างตัวเรือน ✻✻✻ ใส่สลับข้างได้ทั้งซ้าย/ขวา โดยตั้งการจัดวางจากGarmin Connect ✻✻✻ credit : dcrainmaker ✻✻✻ สายชาร์จ เป็นแบบเดียวที่ใช้กับรุ่น vivosport, fr935, fenix5 ✻✻✻ สายนาฬิกา เป็นสายมาตรฐาน ขนาด20มม. สามารถถอดเปลี่ยน และ ใช้ร่วมกับสายนาฬิกาอื่นๆที่มีขนาดเท่ากันได้ ✻✻✻ สามารถสร้าง และดาวน์โหลดตารางซ้อมได้ เราสามารถสร้างรูปแบบการฝึกซ้อมของการวิ่ง , จักรยาน, ว่ายน้ำ, strength และ cardio [...]

Read more...

ควบคุมความหนักของการฝึกซ้อมด้วย Training Load

ใน Garmin รุ่นท็อปสำหรับนักวิ่งและนักไตรฯ อันได้แก่ Fenix5 และFR935 มีฟีเจอร์หลายอย่างที่รุ่นต่ำกว่าทำไม่ได้ หนึ่งในนั้นที่เราเห็นว่ามีประโยชน์ต่อการฝึกซ้อมมากคือฟีเจอร์ Training Load เพราะใช้เป็นดัชนีได้ว่า โปรแกรมการซ้อมของเราหนักพอที่จะทำให้เกิดการพัฒนาหรือไม่ เราเกลี่ยความหนักของการฝึกซ้อมแต่ละวันดีหรือยัง วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังค่ะ ว่าฟีเจอร์นี้คืออะไรและเอาไปใช้งานยังไง รับรองว่าชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะเลย     คำถามแรกคือ เราจะวัดความหนักของการฝึกซ้อมแต่ละครั้งได้ยังไง?   ถ้าวิ่งระยะทางเท่ากัน ครั้งไหนวิ่งให้เหนื่อยกว่า (HR สูงกว่า) การซ้อมครั้งนั้นก็ถือว่าหนักกว่า หรือถ้าวิ่งด้วยความเหนื่อยเท่ากัน ครั้งไหนวิ่งไกลกว่า การซ้อมครั้งนั้นก็ถือว่าหนักกว่า อันนี้เป็น common sense ที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว แต่ถ้าอยากเทียบระหว่าง วิ่งระยะทางสั้นๆ แต่เหนื่อยมาก กับวิ่งระยะทางยาวๆ แต่เหนื่อยน้อย ล่ะ จะรู้ได้ยังไงว่าอันไหนหนักกว่า? คำตอบคือ เอา EPOC มาเทียบกันดูสิ ครั้งไหน EPOC มากกว่า ก็ถือว่าครั้งนั้นหนักกว่า   แล้ว EPOC มันคืออะไร?   EPOC ย่อมาจาก  Excess Post-exercise Oxygen Consumption หรือแปลเป็นไทยว่า ปริมาณออกซิเจนที่ร่างกายต้องการเพิ่มจากปกติหลังออกกำลังกาย แนวคิดคือ ยิ่งซ้อมหนักก็ยิ่งต้องการออกซิเจนมากเพื่อสร้างพลังงาน แต่ร่างกายหามาให้ไม่ทันเลยต้องยืมพลังงานส่วนอื่นมาใช้แทนไปก่อน หลังจากซ้อมเสร็จร่างกายจึงต้องบริโภคออกซิเจนเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ เพื่อเอาออกซิเจนส่วนเกินนั้นมาสร้างเป็นพลังงานใช้หนี้ ดังนั้นจึงเอา EPOC มาเป็นดัชนีวัดความหนักของการซ้อมครั้งนั้นๆ ได้ นั่นคือ EPOC ยิ่งสูงแปลว่าการซ้อมครั้งนั้นยิ่งหนัก โดยไม่ต้องสนเลยว่าวิ่งระยะเท่าไหร่ เหนื่อยแค่ไหน     ตามปกติค่า EPOC ที่แม่นยำจะได้จากการวัดในแล็ป โดยให้คนเข้าไปกินนอนออกกำลังกายในห้องปิด แล้ววัดออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อนำมาวิเคราะห์ แต่ปัจจุบันมีงานวิจัยที่เอาจังหวะการเต้นของหัวใจ มาคำนวณเป็น EPOC ของการออกกำลังกายครั้งนั้นๆ ได้แล้ว Garmin เลยซื้อโปรแกรมการคำนวณนี้มาใส่ในนาฬิการุ่นต่างๆ โดยจะไม่ได้แสดงเป็นค่า EPOC ตรงๆ แต่แสดงเป็นค่า TE หรือ ผลกระทบของการออกกำลังครั้งนั้นๆ ที่มีต่อระบบแอโรบิกของเรา เพื่อนๆ จะเห็นค่านี้ในนาฬิการุ่นตั้งแต่ FR235 ขึ้นมา      Training Load คืออะไร?   อย่างที่บอกไปแล้วว่ารุ่นที่ไม่ท็อป มีเพียงฟีเจอร์ที่เอา EPOC ไปแปลงเป็น TE เพื่อบอกว่าการฝึกซ้อมครั้งหนึ่งๆ ส่งผลให้ระบบแอโรบิกของเราพัฒนามากน้อยแค่ไหน แต่ปัญหาของการนำไปใช้ก็คือ เราไม่รู้ว่าควรควบคุมให้ TE ของการฝึกซ้อมแต่ละครั้งมีค่าเท่าไหร่บ้าง เพราะค่านี้มีตั้งแต่ 0-5 ตัวเลขยิ่งสูงยิ่งแปลว่าการซ้อมครั้งนั้นพัฒนาระบบแอโรบิกของเรามาก [...]

Read more...

ทุกเรื่องควรรู้ กับ Suunto Spartan Sport Wrist HR BARO

ทุกเรื่องควรรู้ กับ Suunto Spartan Sport Wrist HR BARO  Suunto Spartan Sport WHR BARO มีทีเด็ดอะไรบ้าง มาดูกัน ———————- หลังจาก Suunto หันมาเอาตัววัดหัวใจจาก Valencell มาใส่ที่นาฬิกาให้วัดหัวใจที่ข้อมือได้ ยอดขายก็โตวันโตคืนจนทำให้ Server ของ Suunto ล่มเป็นครั้งคราว (ตอนนี้ขยายแล้ว) ตัวแรกก็คือ Spartan Sport WHR และตามมาด้วย Spartan Trainer เมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมา ประกอบกับการพัฒนาด้านเฟริมแวร์ ทำให้ Spartan มีฟังก์ชั่นตอบสนองต่อการใช้งานของนักวิ่ง นักไตร นักเทรล นักเดินทางได้ดีมาก   อย่างไรก็ตาม Spartan ที่ออกมาก่อนหน้านี้ มีเพียง Spartan Ultra รุ่นใหญที่ต้องวัดหัวใจด้วยสายคาด-อกรุ่นเดียวเท่านั้นที่มี Barometer/Altimeter เพื่อใช้ความกดอากาศในการวัดระดับความสูง Barometer / Altimeter แม่นยำกว่าการวัดระดับด้วย GPS อย่างไร? ความกดอากาศ จะสามารถคำนวนความสูงได้โดยไม่จำเป็นต้องเห็นท้องฟ้าเพื่อหาดาวเทียม ถ้าอยู่ในกลางแจ้ง ในสภาพท้องฟ้าปิด ในป่าที่ต้นไม้ปกคลุมแน่นหนา ทำให้หาดาวเทียมได้ยากหรือห้ค่าผิดพลาด การวัดระดับด้วยความกดอากาศจึงจำเป็นมากๆสำหรับนักวิ่งเทรล นักเดินทาง นักไต่ผา นักโดดร่ม   สำหรับนักวิ่งถนน ฟังก์ชั่นนี้อาจไม่จำเป็นเท่าไหร่   ว่ามาซะยาว ตอนนี้ Suunto เลยจับ Baro มาผลมกับรุ่น Spartan Sport WHR ซะเลย กลายเป็นนาฬิกามัลติสปอร์ตและ Outdoor รุ่นใหม่ Spartan Sport W-HR BARO เปิดตัวด้วยธีม นักผจญภัยท่ามกลางหิมะ   เม้ากันขำๆ เราแอบเจอว่า [...]

Read more...

ทุกเรื่องที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับ วัดความเครียด All-day Stress

    ถามกันมาหนาหู เรื่องฟีเจอร์ All-day stress (การวัดค่าความเครียดตลอดทั้งวัน) ซึ่งเป็นฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่งมากับ F/W 6.0 APAC ของ Fenix5 และ FR935 (ของ 935 รออีกแป๊บนะคะ) มันวัดจากอะไร บอกอะไรเรา เอาไปใช้ประโยชน์ยังไง ทั้งหมดอยู่ในโพสต์นี้แล้วค่ะ   Q: นาฬิกาวัดความเครียดจากอะไร? A: จังหวะหัวใจ ระบบประสาทอัติโนมัติ แบบซิมพาเทติก ซึ่งทำงานตอนที่เราเครียด จะทำให้หัวใจเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ระบบประสาทอัติโนมัติ แบบพาราซิมพาเทติก ซึ่งทำงานตอนที่เราผ่อนคลาย จะทำให้หัวใจเต้นเป็นจังหวะที่แตกต่างกัน ดังนั้น ถ้าตรวจดูจังหวะการเต้นของหัวใจแล้วพบว่ามีค่าสม่ำเสมอ แสดงว่าเรากำลังเครียด แต่ถ้ามีค่าแตกต่างกันมากๆ แสดงว่าเรากำลังผ่อนคลาย ภาพจาก scienceforsport.com Q: ค่าความเครียดควรยิ่งน้อยยิ่งดีใช่หรือไม่? A: ไม่ใช่ ถ้าเราทำงาน ต้องมีความเครียดบ้างจึงจะเกิดผลงาน เครียดมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับลักษณะของงาน สิ่งที่ควรสนใจมากกว่าคือ ช่วงพัก หรือตอนเลิกงานกลับบ้านแล้ว เราได้ “พักผ่อน” (Rest) จริงมั้ย ถ้ายังมีความเครียดสูงอยู่ ควรหาวิธีจัดการ อาจมีสาเหตุได้หลากหลายเช่น จิตใจ การพักผ่อน ความเจ็บป่วย การฝึกซ้อมที่หนักเกินไป     Q: ค่านี้มีประโยชน์ต่อการฝึกซ้อมยังไง? A: ถ้าพักผ่อนดี ก็ฟื้นสภาพได้เร็วขึ้น เช่นกัน เน้นดูตอนที่พักผ่อน ถ้าเราได้พักจริงๆ (ไม่ใช่แค่เห็นว่าร่างกายพัก) จะทำให้เราฟื้นสภาพได้เร็วขึ้น ในระยะยาวสามารถพัฒนาความฟิตได้เร็วขึ้นด้วย ตามทฤษฎี supercompensation   Q: ทฤษฎี supercompensation บอกอะไร A:   – การฝึกซ้อมทำให้ความฟิตต่ำลง แต่ถ้าได้ฟื้นสภาพเพียงพอ ร่างกายจะพัฒนาความฟิตขึ้นเพื่อสู้กับการฝึกซ้อมที่เคยได้รับ หรือที่เรียกว่า supercompensation (ดูในกราฟข้างล่างคือช่วงที่เรียกว่า “เสริมพลัง” นั่นเอง) – การฝึกซ้อมแต่ละครั้ง ถ้าฝึกหนักจะทำให้เกิดการพัฒนาความฟิตสูงกว่าฝึกเบา – ต้องเว้นระยะการฝึกซ้อมให้เหมาะสม เพราะถ้าช้าไปจะเสียของ ความฟิตอาจตกกลับมาเท่าเดิม แต่ถ้าเร็วไปร่างกายฟื้นสภาพไม่ทัน ยังไม่เกิด supercompensation และถ้าทำเช่นนี้บ่อยๆ อาจเกิดโอเวอร์เทรนหรือบาดเจ็บ   ดัดแปลงจาก runneracadamy   จะเห็นว่า ณ [...]

Read more...

X