ใช้นาฬิกา GPS อย่างไรไม่ให้เสีย sense ของนักวิ่ง?

ใช้นาฬิกา GPS อย่างไรไม่ให้เสีย sense ของนักวิ่ง?

ถ้าเรามีโอกาสได้วิ่งกับนักวิ่งที่เก่งๆ
ขณะที่วิ่งด้วยกัน ลองถามความเร็วเขาดู
เขาจะบอกได้โดยไม่ต้องดูนาฬิกาเลยว่า ตอนนี้วิ่งที่ Pace เท่าไหร่ บางคนบอกได้ถึงกับว่า ถ้าวิ่งจังหวะนี้ 200ม.เขาจะต้องก้าวเท้ากี่ก้าว !!!

สิ่งที่นักวิ่งแนวหน้าเหล่านี้มี เรียกว่า สัญชาตญาณนักวิ่ง
ซึ่งจะเกิดไม่ได้เลย ถ้าเรามัวแต่ดูนาฬิกา GPS ตลอดเวลา

——-

***หัวใจของการซ้อมก็คือ ร่างกายจดจำจังหวะการวิ่งในความเร็วต่างๆได้ เพื่อเลือกใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์***

วันวิ่งยาว ให้ Set Auto Lap ทุกกิโลเมตร

1. หน้าจอ GPS หน้าแรก 3 Fields ให้เซ็ตภาพรวมการวิ่ง
– Time ตั้งแต่เริ่ม
– Avg Pace คือความเร็วเฉลี่ยทั้งระยะ
– Distance คือระยะทางตั้งแต่เริ่มวิ่ง

2 หน้าจอ หน้าสอง 3 Fields เหมือนกัน ให้เซ็ตดูภาพเฉพาะ Lap
– Lap Time เวลาใน Lap นี้
– Lap Pace คือความเร็วเฉลียในกิโลนี้
– Lap Distance คือระยะทางในกิโลนี้

จะเห็นว่า เราไม่มีช่องไหนแสดง Pace ปัจจุบันเลย เพราะค่าของมันเพี้ยน มันแกว่งขึ้นลงตามสัญญาณดาวเทียม ขืนวิ่งตามมันเราจะแกว่งไปม

ตอนวิ่ง ให้เปิดหน้า 2 ไว้ตลอดเวลา ดูผลงานเฉพาะกิโลนี้

1-2 กิโลเมตรแรก ให้ชำเลืองแบบไม่บ่อย ให้ดู Lap Pace ว่าเป็นเท่าไหร่ ปรับความเร็วให้ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางไว้ พยายามสังเกตและจดจำ”จังหวะ” ของการวิ่งความเร็วนี้ ความเหนื่อย การหายใจ ท่าทาง

พอหลังจากกม.ที่2-3 ไปแล้ว พยายามวิ่งในจังหวะที่จำไว้ดูนาฬิกาเท่าที่จำเป็น ให้ดีคือดูกม.ละครั้ง ดูตอนมันเริ่มร้องตี๊ดแรก เราจะเห็นว่ากม.นี้เราวิ่งความเร็วแค่ไหน แล้วไปแก้ในกม.ถัดไป

——
แล้ววิ่ง Interval ละเซ็ตอย่างไร?

*ระยะต่ำกว่า 400 ม.
GPS มีโอกาสเพี้ยนได้ในวันที่ฟ้าปิดหรือใต้ร่มไม้ ซึ่งส่งผลต่อการวิ่งระยะทางที่น้อยๆได้

ดังนั้น ระยะ Interval ที่สั้นกว่า 400 ม. ขอให้มาร์กพื้นเพื่อกำหนดระยะที่คงที่ไว้

ให้ใช้การกด Lap แบบ Manual แทนตั้งค่านาฬิกา

ไม่ดูเวลา หรือความเร็ว ตอนวิ่งใน Lap ให้ดูตอนจะกดเวลาตอนจะผ่านจุดมาร์ก

ถ้าใช้ Garmin รุ่นที่ใหญ่ ให้ตั้ง Field Lap Time เป็น Last Lap Time แทน
ทำให้ไม่ต้องดูตอนกดปุ่ม แต่ดูผลเวลาที่วิ่งเร็วในตอนที่เราจ๊อกแทน

—-

* ระยะ Interval ที่เกิน 400 ม. เช่น 1K / 2K

Set Workout ให้เป็น Interval และให้มี Warm up และ Cool down
ตั้งหน้าจอให้เหมือนวันวิ่งยาว ดูหน้าที่สองเป็นหลัก

พอช่วงวิ่งเร็ว ให้ชำเลืองดูความเร็วของ Lap Pace ว่าตรงกับโจทย์ไหม
ปรับตัวให้ใกล้เคียง อย่าดูบ่อย กิโลละครั้งก็พอแล้ว
—-

ไม่ต้องกลัวที่จะวิ่งพลาด จะวิ่งเร็วไปช้าไป แรกๆผิดอยู่แล้วทุกคน
พอผิดไปแล้วก็ไปแก้ใหม่ในรอบถัดไป
วิธีนี้จะทำให้ร่างกายเกิดสัญชาติญาณจับความเร็วแบบสั่งได้ครับ

Share this post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *