ปรับคุณภาพการวิ่งง่ายๆด้วย Running Power

ปรับคุณภาพการวิ่งง่ายๆด้วย Running Power

ถ้าอยากให้การวิ่งงของเพื่อนๆ ดีขึ้น ลองเข้ามาฟังทางนี้เลยจ้า

เพราะรู้ใจนักวิ่ง “Garmin Labs” จึงได้พัฒนาความสามารถของนาฬิกาจนวัดค่า Running Power ได้ โดยเชื่อมข้อมูลผ่าน RD Pod หรือ สายคาด-อกรุ่น HRM Run หรือ HRM Tri เพื่อมาช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพในการวิ่งให้มากยิ่งขึ้น โดยค่า Running Power จะขึ้นอัตโนมัติตอนวิ่ง เหมือนมีเลขาส่วนตัวที่คอยจัดเก็บข้อมูลการวิ่งของเพื่อนๆ ให้ทันที!!

——

มาลองดูกันว่า Running Power เค้าเก็บข้อมูลอะไรกันบ้าง?

   1. Cadence: จำนวนก้าว (นับรวมซ้าย+ขวา) ต่อนาที : จำนวนก้าวที่เหมาะสม จะช่วยทำให้เราวิ่ง เหนื่อยน้อยลง วิ่งได้เร็วขึ้น และที่สำคัญยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการบาดเจ็บได้อีกด้วย

   2. Stride Length: ความยาวของการก้าวขา (เมตร) : ความยาวในการก้าวนั้นแสดงถึงความแข็งแรงของ และความยื่นหยุ่นของกล้ามเนื้อ

   3. Vertical Oscillation: ค่าการกระเด้งตัวขณะวิ่ง (เซนติเมตร) : ซึ่ง “ค่ายิ่งน้อยยิ่งดี”เพราะการที่เรากระเด้งตัวขึ้น-ลง มากเกินไปในแต่ละก้าวของการวิ่ง ทำให้เสียพลังงานไปโดยไม่จำเป็น และยังอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บจากแรงกระแทกอีกด้วย

   4. Ground Contact Time: ระยะเวลาที่เท้าเหยียบพื้นในขณะวิ่ง (มิลลิวินาที) : ระยะเวลาที่เท้าแต่ละข้างแตะพื้น และยกขึ้นเป็นสั้นๆ จึงมีการคำนวณเป็นหน่วยที่ละเอียดขนาดมิลลิวินาที เพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำ สำหรับนักที่วิ่งทั่วไปควรมี Ground Contact Time ที่ต่ำกว่า 300 มิลลิวินาที จะทำให้ประหยัดแรง และช่วยลดความเสี่ยงที่จะบาดเจ็บด้วย

   5. Ground Contact Time Balance: สมดุลของเท้าซ้ายและขวาที่เหยียบพื้นขณะกำลังวิ่ง (เปอร์เซ็นต์) : โดยปกติเราควรออกแรงจากเท้า 2 ข้างด้วยระยะเวลาและน้ำหนักที่เท่ากัน (ประมาณ 50% – 50%) หรือเบี่ยงเบนเพียงเล็กน้อย เพื่อเป็นการใช้กล้ามเนื้อทั้ง 2ข้างเท่าๆ กัน

——

ทำไมเราถึงมั่นใจกับค่า Running Power ที่วัดได้?

Running Power เป็นค่าพลังของการวิ่ง มาจากการวัดค่า “แรงที่เราใส่เข้าไป x กับความเร็วที่ได้” ซึ่งค่า Running Power จะตอบสนองรวดเร็วขึ้นเมื่อมีการเร่งหรือลดความเร็วโดยเฉพาะเมื่อวิ่งขึ้นทางชัน หรือวิ่งลงเนิน ทำให้ค่าของ Running Power เป็นค่าที่วัดได้แน่นอนกว่าค่าหัวใจ หรือค่าความเหนื่อย เราจึงเห็นค่าที่ใส่แรงเข้าไปจริงๆ ทำให้รู้ว่าใช้กำลังเท่าไหร่จากนาทีต่อนาทีและไมล์ต่อไมล์ เพื่อนๆ จึงสามารถกำหนดอัตราการก้าวของตัวเองได้ ทำให้ไม่เหนื่อยเร็วจนเกินไปและเผื่อแรงในการวิ่งได้

——

คุณสมบัติของ Running Power น่าสนใจเลยทีเดียวใช่มั้ยหล่ะ ถ้าเพื่อนๆ สงสัยหรืออยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก bananarun ได้ตามช่องทางนี้เลยจร้า

1) หน้าร้าน: http://bit.ly/สาขาbananarun

2) แชทคุยกัน:

     – website / facebook / shopee

     – Line ID: @bananarun หรือ http://bit.ly/BananarunLineQR

3) โทร : 090-930 0033, 095-467 0880

—–

นาฬิกา Garmin Fenix Series

   – Website http://bit.ly/Garmin Fenix 5

   – Shopee http://bit.ly/spGarmin Fenix 5

   – Website http://bit.ly/Garmin Fenix 5 Plus

   – Shopee http://bit.ly/spGarmin Fenix 5 Plus

—–

🍌 🍌 🍌 🍌 🍌

เพราะเราไม่ใช่แค่ร้านขายอุปกรณ์วิ่ง

เราเติมเต็มความรู้ ให้การวิ่งสนุกขึ้น

🍌 🍌 🍌 🍌 🍌

#Review #Garmin Fenix 5 #Garmin Fenix 5 Plus #BananaRun#ร้านกล้วย #ร้านอุปกรณ์วิ่ง

Share this post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *