ดื่มเกลือแร่อย่างไร? ให้ได้ประโยชน์

ดื่มเกลือแร่อย่างไร? ให้ได้ประโยชน์

ไม่ว่าจะวิ่ง Fun run, Mini, Half หรือ Full marathon
การรักษาสมดุลร่างกายไม่ให้ขาดน้ำ (Stay Hydrated) เป็นสิ่งที่จำเป็น หลายคนคิดว่าหลังจากวิ่ง การดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ไม่จำเป็น และคิดว่าดื่มน้ำเปล่าอย่างเดียวเพียงพอ แต่อย่าได้ชะล่าใจเชียว! เพราะเคยมีเหตุการณ์ที่นักวิ่งมาราธอนหลายรายเกิดภาวะโซเดียมในเลือดต่ำอย่างรุนแรง “เกิดภาวะสมองบวม หมดสติ โคม่าและเสียชีวิตกันมาแล้ว”

ถึงขนาดหมดสติ โคม่าและเสียชีวิตเลยเหรอ!!! แล้วภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ (Hyponatremia) เกิดขึ้นได้ยังไง? 
—–
ก่อนที่จะหาสาเหตุ ลองมาดูส่วนประกอบของเหงื่อที่เสียไปกับการวิ่งก่อน ว่ามีอะไรบ้าง?
เหงื่อประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่และมีเกลือแร่บ้าง เกลือแร่ที่มากที่สุดคือโซเดียม และยังพบว่าเหงื่อที่ออกจากการวิ่งออกกำลังกายจะมีความเข้มข้นเกลือโซเดียมสูงมากขึ้นอีกประมาณ 46% เหงื่อของนักวิ่งมีปริมาณเฉลี่ย 1 ลิตร/ชั่วโมงและมีส่วนประกอบของเกลือโซเดียม 1-5 กรัม/เหงื่อหนึ่งลิตร จากข้อมูลเบื้องต้น จึงคำนวณคร่าวๆ ได้ว่า นักวิ่งสูญเสียเกลือโซเดียมราวๆ 2-10 กรัม/การวิ่ง 2 ชั่วโมง และนักวิ่งที่วิ่งเกิน 5 ชั่วโมง อาจจะสูญเสียเกลือโซเดียมมากกว่า 5-30 กรัมเลยทีเดียว
—–
อาการของภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ (Hyponatremia) เป็นยังไง? 
ความรุนแรงของอาการ ขึ้นอยู่กับปริมาณและอัตราการลดลงของระดับโซเดียมในเลือด หากโซเดียมค่อยๆ ลดลง อาจยังไม่แสดงอาการที่ชัดเจน แต่เมื่อเริ่มมีการแสดงอาการก็จะมีลำดับความรุนแรงของอาการที่ต่างกันไป ตั้งแต่
ปวดหัว
คลื่นไส้ อาเจียน
สับสน
รู้สึกหมดพลัง ร่างกายอ่อนล้า
กระสับกระส่าย หงุดหงิดง่าย
กล้ามเนื้ออ่อนแรง เกร็งกระตุก หรือเป็นตะคริว
ชักและหมดสติโคม่า
—–
มาลองหาสาเหตุของภาวะโซเดียมต่ำกันหน่อย
นักวิ่งที่กินน้ำเปล่าเพื่อชดเชยการเสียเหงื่อเพียงอย่างเดียว
นักวิ่งที่วิ่งนานกว่า 4 ชั่วโมง นักไตรกีฬาที่ออกกำลังนานกว่า 9-13 ชั่วโมง
นักวิ่งที่วิ่งเพซช้า อาจเกิดภาวะโซเดียมในเลือดต่ำบ่อยกว่านักวิ่งเพซเร็ว เพราะมีโอกาสกินน้ำกินได้บ่อยกว่า
—–
วิธีไหนที่เราจะชดเชยโซเดียมที่หายไป?
“กินน้ำให้เพียงพอก่อน แล้วจึงกินเกลือโซเดียมชดเชย” ควรให้ความสำคัญกับการกินน้ำชดเชยให้เพียงพอก่อน ส่วนการกินเกลือโซเดียมชดเชยขอให้รองลงมา จะมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เข่น สภาพอากาศ ความยากง่ายของเส้นทางวิ่ง ระดับสมดุลน้ำในร่างกาย สุขภาพและโรคประจำตัวของนักวิ่งแต่ละคน รวมทั้งระยะเวลาที่ใช้ไปในการวิ่ง

นักวิ่งที่กินแต่น้ำเกลือแร่โดยไม่กินน้ำเปล่า จะทำให้ร่างกายได้รับน้ำคืนมาในสัดส่วนต่ำกว่าการได้รับเกลือโซเดียม ทำให้เกิดภาวะโซเดียมในเลือดสูงได้
—–
ดื่มเกลือแร่ยังไงให้ได้ประโยชน์?
1. ก่อนวันแข่งขัน พยายามดื่มน้ำเปล่าให้เยอะๆ ไว้ก่อน ถ้าไม่มีปัญหาเกี่ยวกับไตก็ควรดื่มให้ได้ประมาณ 2 ลิตร เพื่อช่วยลดการดื่มน้ำเกลือแร่ลง
2. วิ่ง 1-2 ชั่วโมง ควรกินน้ำเกลือแร่หลังการวิ่ง เพราะสามารถทดแทนน้ำ และเกลือแร่ที่เสียไปได้ดีกว่า
3. วิ่งมากกว่า 2-4 ชั่วโมงขึ้นไป ควรชดเชยเกลือโซเดียมระหว่างการวิ่งด้วย การจิบน้ำเกลือแร่และน้ำเปล่าสลับกัน เพราะการวิ่งที่มากกว่า 2 ชม. แค่กินน้ำเกลือแร่ชดเชยไม่พอ อาจจะต้องพึ่ง Salt Stick ซึ่งประกอบด้วยโซเดียม โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม ซึ่งเป็นเกลือแร่ต่างๆ ที่เราสูญเสียไประหว่างวิ่ง
—–
เราใส่ใจและเห็นถึงความสำคัญของสุขภาพและความพร้อมของนักวิ่งทุกท่าน สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก Bananarun ได้ตามช่องทางนี้
1) หน้าร้าน: http://bit.ly/สาขาbananarun
2) แชทคุยกัน: 
– website / facebook / shopee 
– Line ID: @bananarun หรือ http://bit.ly/BananarunLineQR
3) โทร : 090-930 0033, 095-467 0880

—–
– เกลือแร่สำหรับนักวิ่ง http://bit.ly/เกลือแร่สำหรับนักวิ่ง
—–
🍌 🍌 🍌 🍌 🍌
เพราะเราไม่ใช่แค่ร้านขายอุปกรณ์วิ่ง
เราเติมเต็มความรู้ ให้การวิ่งสนุกขึ้น
🍌 🍌 🍌 🍌 🍌
#Review#เกลือแร่#BananaRun#ร้านกล้วย#ร้านอุปกรณ์วิ่ง

Share this post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *